นางสาวสุชยา โมกขเสน พิธีกรรายการ "กบนอกกะลา" รายการสารคดีความรู้สร้างสรรค์สังคม ในส่วนภาคอินเตอร์ (เน้นทำรายการที่ต่างประเทศ) ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.40 น.
ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี อดีตลูกจอมโดยแท้ ได้รับคัดเลือกเป็นเยาวชนดีเด่น
เคยเข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย
เนื่องในการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2544
และเข้าพบบุคคลสำคัญของชาติ เพื่อบันทึกเทปโทรทัศน์ขององค์การยูนิเซฟ
แม้ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนี้ แต่วันนี้ “ออม-สุชยา โมกขเสน” ก็มุ่งมั่นที่จะก้าวเดินบนเส้นทางสายพิธีกร
สาวเมืองกรุงเก่า ลูกคนโตของครอบครัว “โมกขเสน” ที่พ่อแม่พิถีพิถันตั้งชื่อให้ว่า “สุชยา” ซึ่งแปลว่า ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ คงจะบอกความเป็นตัวตนของสาวน้อยคนนี้ได้
ออมมีโอกาสเปลี่ยนสถานะเป็นคนกรุงก็เมื่อมาเรียนต่อมัธยมปลายสายศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสถานะปัจจุบันคือบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ (IR) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อหลายเดือนก่อน ออมบอก ว่าคำโปรยในการคัดเลือกคนรุ่นใหม่
ของบริษัททีวีบูรพาเพื่อมาทำหน้าที่พิธีกร “มีไฟสร้างสรรค์! จินตนาการจุกอก! พกพาความอึด!” ได้กระตุก ต่อมบางอย่างในตัวเธอ
ให้เดินหน้า แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน ก็ตามประกอบกับตัวเองมีความถนัดและชื่นชอบสองสิ่งผสมอยู่ คือ นิสัยรักการผจญภัย ชอบลุย ซึ่งเป็นมรดกจากการเป็นประธานค่ายอาสาพัฒนาชนบทในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และทักษะทางภาษาซึ่งออมพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่ป.3 เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่เป็นอาจารย์สอนภาษาจึงปลูกฝัง
ให้ออมเรียนรู้
การใช้ภาษาอังกฤษ บวกกับออมเป็นเด็กที่กล้าพูดกับคนต่างชาติ เธอเลยมีเพื่อนทางจดหมายเป็นชาวต่างชาติตั้งแต่เด็ก
พอเติบโตออมก็ฝึกฝนมาจากการทำงานเป็นพิธีกรสองภาษาทั้งไทยและอังกฤษ ตามงานสำคัญ ๆ และอีเวนต์ต่าง ๆ จนได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักเรียนในรัฐวอชิงตันดี.ซีสหรัฐอเมริกาเมื่อตอนเรียนปี 2
และอีก 1 ปีถัดมาก็ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมในการประชุมเยาวชนอาเซียนแม้สิ่งที่เรียนมาจะห่างไกล
จากการทำงานในปัจจุบัน แต่ความชอบและความสามารถที่มีอยู่ก็ทำให้ออมได้ถูกคัดเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่พิธีกร
รายการกบนอกกะลา ภาคอินเตอร์ ซึ่งเป็นโปรเจคท์พิเศษในวาระครบรอบ 5 ปีของรายการนี้
“การเป็นพิธีกรใน กบอินเตอร์ รู้สึกว่ายากมากค่ะ ตอนแรกก็กลัว เพราะตัวเองเรียนมาด้านรัฐศาสตร์ไม่ได้จบมาสายตรงในด้านนิเทศศาสตร์ คือ งานด้านโปร ดักชั่น เรียกได้ว่ามีความรู้เป็นศูนย์เลยทีเดียว แต่พี่ทีมงานทุกคนนั้นเป็นมืออาชีพมาก ก็เลยพยายามอาศัยครูพักลักจำเอา มาปรับใช้ และจะพยายามพัฒนาฝีมือไป เรื่อย ๆ ค่ะ”
นอกจากความรู้สึกแรกเริ่มกับการเป็นพิธีกรตามที่สาวออมบอกไปแล้ว พิิธีกรที่ดีในความคิดของสาวเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
อย่างออมคิดว่า
พิธีกรไม่ใช่นักแสดงที่ต้องแสดงตามบทบาทที่ได้รับ แต่พิธีกรต้องแสดงความเป็นตัวของตัวเองผ่านชิ้นงาน
แล้วทำให้ผู้ชมรับรู้และเข้าใจได้
และนี่คือความท้าทายที่บัณฑิตสาวรัฐศาสตร์ได้ก้าวเข้ามาทำงานในแวดวงโทรทัศน์
ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองได้ร่ำเรียนมา แต่เธอก็มีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ใจตัวเองว่าทำได้จริง.
ที่มา: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/in...contentId=26630
|